แต่งบ้านหวาน ด้วยสีพาสเทล
การเปลี่ยนสีห้องเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ให้ผลมากที่สุดวิธีหนึ่ง สีที่ทำให้ห้องดูหวานไม่แพ้ใครคือ โทนสีพาสเทล ซึ่งเจือด้วยสีขาว ทำให้ความเข้มของสีลดลง ดูนุ่มนวล นิยมตกแต่งร่วมกับเฟอร์นิเจอร์สีขาวที่ช่วยเพิ่มดีกรีความขาว แต่การใช้โทนสีพาสเทลมากๆอาจทำให้ห้องดูไม่มีมิติได้เช่นกัน จึงอาจใช้ของตกแต่งที่มีสีเข้มกว่าสีผนังมาช่วยเสริมบางจุด เช่นภาพลายเส้นสีดำ หมอนลายดอกไม้ที่มีสีสัน ก็ช่วยให้ทั้งห้องไม่ดูกลืนกันไปจนขาดความน่าสนใจ
Showing posts with label ตกแต่งห้องนอน. Show all posts
Showing posts with label ตกแต่งห้องนอน. Show all posts
Wednesday, March 14, 2012
Friday, December 2, 2011
ตกแต่งห้องนอน โทนม่วง
Sunday, November 27, 2011
ตกแต่งห้องนอน โทนฟ้า
Wednesday, October 5, 2011
ตกแต่งห้องนอน สไตล์หลุยส์ หรูหรา
Labels:
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน
Thursday, September 29, 2011
10 วิธี ในการตกแต่งบ้าน ให้ประหยัดแบบสุดๆ
1.เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่ นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัด และได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติกสีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอันราคารวมกันไม่เท่าไหร่ มาจัดการเปลี่ยนผนังเก่าสีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า
2.เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม
3.ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10 บาทซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่งและสร้างบรรยากาศของบ้านได้ใน ราคาถูกและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน
4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ
5. หนึ่งชิ้นหลายหน้าที่ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้งานได้อย่างเช่น โซฟาเบด ที่สามารถใช้นั่งหรือปรับเป็นเตียงนอนได้ ราคาต่อชิ้นอาจจะแพงกว่าสักหน่อย แต่ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายก็ช่วยให้คุณประหยัดได้กว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์ หลายชิ้น
6.ยืดได้หดได้ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบที่สามารถ ปรับเปลี่ยนขนาด ย่อขยาย ยืดหด วางต่อ หรือซ้อนชั้นกันได้ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งงบประมาณและพื้นที่ใช้สอย
7.เคลื่อนที่ได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อย่างโต๊ะที่มีล้อเลื่อน จะช่วยให้เราสลับตำแหน่งและการใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เลื่อนไปใช้งานในครัวเมื่อต้องทำอาหารมื้อใหญ่ วิธีนี้ช่วยประหยัดไปได้ตั้งครึ่ง
8.วางแผนก่อนเพื่อเห็นภาพรวม เหมือนมืออาชีพที่ต้องเขียนแบบแปลน ก่อนจะเริ่มตกแต่งคุณเองควรเขียนแบบแปลนหรือแผนการตกแต่งทั้งหมด เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เช่น ควรทาสีผนังให้เรียบร้อยก่อนเก็บงานที่พื้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนต้องทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อสตางค์ในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน
9.แต่งบ้านทีละระยะ การแต่งบ้านให้เสร็จลุล่วงในคราวเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ ลองแบ่งงานตกแต่งบ้านทั้งหมด(ตามแผนที่คุณวางไว้) ออกเป็นช่วงๆโดยให้ระยะแรกเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วดำเนินการทีละขั้นตอน เมื่อระยะแรกจบอาจทิ้งช่วงเก็บสตางค์สักพัก จากนั้นจึงเริ่มช่วงต่อไป กว่าจะเสร็จอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่เพื่อไม่ให้คุณต้องรับภาระหนักเกินไป และยังเป็นการให้เวลาตัวคุณสรรหาของที่ถูกใจจริงๆอีกด้วย
10.ซื้อช่วงลดราคาถูกกว่าเยอะ ร้านขายของแต่งบ้านเกือบทุกร้านจะมีช่วงลดกระหน่ำประจำปี โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆอย่าง Modernform Index Habitat ซึ่งหากเราอดใจรอซื้อในช่วงลดราคา ก็จะได้ของดีที่ราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่ใช้งบเยอะอย่าง ที่นอน โซฟา เตียง หรือตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆด้วย แต่คุณอาจต้องจดบันทึกสักหน่อยว่าร้านที่คุณไปเล็งๆของไว้นั้น เขาลดราคากันช่วงไหน เดือนไหนของปี บางที่ลดปีละ 2 หน เพื่อปีถัดไปคุณจะได้วางแผนการช็อป(และเตรียมเก็บเงิน)ได้พอดี และต้องตาดีพอจะเลือกของ คนละเวลา คนละสถานที่ แล้วนำมาเข้าชุดกันได้
ที่มา ทำเลดี ดอทคอม
2.เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม
3.ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10 บาทซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่งและสร้างบรรยากาศของบ้านได้ใน ราคาถูกและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน
4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ
5. หนึ่งชิ้นหลายหน้าที่ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้งานได้อย่างเช่น โซฟาเบด ที่สามารถใช้นั่งหรือปรับเป็นเตียงนอนได้ ราคาต่อชิ้นอาจจะแพงกว่าสักหน่อย แต่ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายก็ช่วยให้คุณประหยัดได้กว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์ หลายชิ้น
6.ยืดได้หดได้ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบที่สามารถ ปรับเปลี่ยนขนาด ย่อขยาย ยืดหด วางต่อ หรือซ้อนชั้นกันได้ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งงบประมาณและพื้นที่ใช้สอย
7.เคลื่อนที่ได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อย่างโต๊ะที่มีล้อเลื่อน จะช่วยให้เราสลับตำแหน่งและการใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เลื่อนไปใช้งานในครัวเมื่อต้องทำอาหารมื้อใหญ่ วิธีนี้ช่วยประหยัดไปได้ตั้งครึ่ง
8.วางแผนก่อนเพื่อเห็นภาพรวม เหมือนมืออาชีพที่ต้องเขียนแบบแปลน ก่อนจะเริ่มตกแต่งคุณเองควรเขียนแบบแปลนหรือแผนการตกแต่งทั้งหมด เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เช่น ควรทาสีผนังให้เรียบร้อยก่อนเก็บงานที่พื้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนต้องทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อสตางค์ในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน
9.แต่งบ้านทีละระยะ การแต่งบ้านให้เสร็จลุล่วงในคราวเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ ลองแบ่งงานตกแต่งบ้านทั้งหมด(ตามแผนที่คุณวางไว้) ออกเป็นช่วงๆโดยให้ระยะแรกเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วดำเนินการทีละขั้นตอน เมื่อระยะแรกจบอาจทิ้งช่วงเก็บสตางค์สักพัก จากนั้นจึงเริ่มช่วงต่อไป กว่าจะเสร็จอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่เพื่อไม่ให้คุณต้องรับภาระหนักเกินไป และยังเป็นการให้เวลาตัวคุณสรรหาของที่ถูกใจจริงๆอีกด้วย
10.ซื้อช่วงลดราคาถูกกว่าเยอะ ร้านขายของแต่งบ้านเกือบทุกร้านจะมีช่วงลดกระหน่ำประจำปี โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆอย่าง Modernform Index Habitat ซึ่งหากเราอดใจรอซื้อในช่วงลดราคา ก็จะได้ของดีที่ราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่ใช้งบเยอะอย่าง ที่นอน โซฟา เตียง หรือตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆด้วย แต่คุณอาจต้องจดบันทึกสักหน่อยว่าร้านที่คุณไปเล็งๆของไว้นั้น เขาลดราคากันช่วงไหน เดือนไหนของปี บางที่ลดปีละ 2 หน เพื่อปีถัดไปคุณจะได้วางแผนการช็อป(และเตรียมเก็บเงิน)ได้พอดี และต้องตาดีพอจะเลือกของ คนละเวลา คนละสถานที่ แล้วนำมาเข้าชุดกันได้
ที่มา ทำเลดี ดอทคอม
Labels:
ตกแต่งห้องนอน,
ตกแต่งห้องนั่งเล่น,
ผ้าม่าน,
ห้องทำงาน,
ห้องน้ำ
Wednesday, August 10, 2011
ไอเดีย ตกแต่งคอนโดเล็กๆ
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งห้องทำงาน,
ตกแต่งห้องนอน,
ตกแต่งห้องนั่งเล่น
Thursday, August 4, 2011
แต่งห้องนอน แบบหวานๆ
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน,
ห้องทำงาน
Sunday, July 24, 2011
ตกแต่งห้องนอน ห้องนอนสีครีม
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน,
ห้องนั่งเล่น
Friday, July 22, 2011
ตกแต่งบ้าน สีขาว
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ตกแต่งห้องนั่งเล่น,
ห้องน้ำ
Tuesday, July 19, 2011
ไอเดีย ตกแต่งห้องนอนสีแดง
ไอเดีย ตกแต่งห้องนอนสีแดง
"สี" ในแง่มุมเชิงจิตวิทยา
เรื่องของ "สี" เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่เกี่ยวพันกับศาสตร์แขนงอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน จิตรกรรม และสถาปัตย์ ในสาขาจิตวิทยา "สี" เป็นเรื่องของกระบวนการรับรู้ของมนุษย์ ที่มีความซับซ้อนในระดับสมอง ไม่ใช่ในระดับเพียงแค่ "การมองเห็น" อย่างที่คนทั้วไปเข้าใจกัน เพราะ "สี" อยู่แวดล้อมในธรรมชาติ และโลกภายนอก คู่กับการ "รับรู้" ของมนุษย์มานานหลายพันปีแล้ว "สี" จึงเกี่ยวพันกับ "จิต" ของมนุษย์ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ทั้งโดยตรง และโดยอ้อมมาตลอดตั้งแต่บังเกิดเผ่าพันธุ์มนุษย์ กระบวนการ "รับรู้สี" และ "การตอบสนองต่อสี" ของมนุษย์ จึงมีความซับซ้อน และยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยก็มีมากมาย
สีแดง ให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง ความรัก ความสำคัญ อันตราย
"สี" ในแง่มุมเชิงจิตวิทยา
เรื่องของ "สี" เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่เกี่ยวพันกับศาสตร์แขนงอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน จิตรกรรม และสถาปัตย์ ในสาขาจิตวิทยา "สี" เป็นเรื่องของกระบวนการรับรู้ของมนุษย์ ที่มีความซับซ้อนในระดับสมอง ไม่ใช่ในระดับเพียงแค่ "การมองเห็น" อย่างที่คนทั้วไปเข้าใจกัน เพราะ "สี" อยู่แวดล้อมในธรรมชาติ และโลกภายนอก คู่กับการ "รับรู้" ของมนุษย์มานานหลายพันปีแล้ว "สี" จึงเกี่ยวพันกับ "จิต" ของมนุษย์ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ทั้งโดยตรง และโดยอ้อมมาตลอดตั้งแต่บังเกิดเผ่าพันธุ์มนุษย์ กระบวนการ "รับรู้สี" และ "การตอบสนองต่อสี" ของมนุษย์ จึงมีความซับซ้อน และยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยก็มีมากมาย
สีแดง ให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง ความรัก ความสำคัญ อันตราย
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ตกแต่งห้องนั่งเล่น,
ผ้าม่าน
Thursday, July 14, 2011
Bedroom ห้องนอนสีฟ้าและสีน้ำตาล
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ห้องทำงาน,
ห้องนั่งเล่น
Monday, July 11, 2011
ติด เหล็กดัด อย่างไรให้บ้านงาม
ไอเดีย 1. เหล็กบานเลื่อนลักษณะของบานเลื่อนจะขึ้นอยู่กับลักษณะของประตูหรือหน้าต่าง อาจจะใช้บานเลื่อนสองบานเข้ามาชนกันตรงกลาง หรือจะเป็นบานเดียวเลื่อนจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ได้ ข้อดีของเหล็กดัดบานเลื่อนก็คือ
สามารถเลื่อนเปิดออกไปเก็บไว้ด้านข้าง ไม่ต้องมองเห็นเหล็กเมื่อคุณอยู่บ้านและเลื่อนมาปิดได้สะดวกในตอนกลางคืน ซึ่งเส้นสายของเหล็กดัดยังเป็นเหมือนดีไซน์ประดับบนผนังเรียบๆด้วย
ไอเดีย 2.เหล็กบานเฟี้ยม
ประตูเหล็ก ชนิดนี้สามารถเปิดออกไปได้สุดความกว้างของหน้าร้านและปิดได้แน่นหนา เหล็กบานชนิดนี้เหมาะกับประตูหน้าบ้านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์หรือตึกแถว โดยติดเหล็กดัดให้เต็มความกว้างของหน้าตึกหรืออาจจะใช้ติดที่หน้าต่าง เป็นบานเฟี้ยมขนาดเล็กก็ได้
ไอเดีย 3.เหล็กบานกระทุ้ง
ไอเดียนี้เป็นการใช้ประโยชน์สองทางจากเหล็กดัด โดยทำเป็นบานกระทุ้งขึ้นไปแล้วใช้ตะขอสับให้ค้างไว้
ใช้ประโยชน์เป็นกันสาดหรือระแนงกันแดดได้ในตัว แต่เหล็กที่ใช้ควรจะเป็นเหล็กเส้นแบนแล้วเชื่อมติดกับกรอบให้เอียงประมาณ 45 องศา เหมาะที่จะใช้กับบ้านหน้าต่างมากกว่าบานประตู เพราะมีขนาดความสูงของหน้าต่างไม่ยาวจนเกินไป ควรจะทำตะขอสับให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของบานกระทุ้งได้
ไอเดีย 4. เหล็กยืด
ประตูเหล็กยืดที่ใช้กันตามตึกแถวแม้เราจะเห็นจนชินตา และบางครั้งอาจจะรู้สึกไม่ชอบหน้ามันบ้างก็ตาม
แต่จริงๆแล้วประตูเหล็กยืดนั้นมีความแข็งแรงและใช้งานได้อย่างสะดวกหากนำไปใช้แทนเหล็กดั ในบ้านสไตล์โรงงานหรือ Industrial Look หรือบ้านแบบลอฟท์ ทาสีสันให้สวยแปลกตาก็น่าจะเข้าท่าดี ทำเป็นประตูเหล็กยืดช่วงสั้นๆ ไม่ต้องกว้างนัก หรือใช้ติดที่หน้าต่างก็ได้
ไอเดีย 5.ไม้หุ้มเหล็ก
สำหรับใครที่รับไม่ได้กับเหล็กดัดหรือบ้านใครที่ตกแต่งด้วยไม้สไตล์โอเรียนทัลหรูหรา แต่จะต้องมีเหล็กดัด
อาจจะทำเหล็กดัดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน แล้วใช้แท่งไม้ขนาดใหญ่กว่าเส้นเหล็กเล็กน้อยประกบเข้าไป
แล้วยึดติดไว้ด้วยสกรู คุณก็จะได้ระแนงไม้ที่มีเหล็กซ่อนไว้ข้างในแข็งแรงและทนทาน โดยจะทำเป็นแบบติดตายหรือเป็นบานเปิดเหมือนประตูของชานบ้านไทยสมัยก่อนก็ได้
สีของเหล็กดัด
สีที่เลือกทาที่เหล็กดัด ควรเลือกให้เหมาะกับบ้านโดยดึงสีที่ใช้ในส่วนต่างๆของตัวบ้านมาใช้ให้เหมาะสม
อาจทาสีให้เหมือนสีของวงกบหรือเลือกให้กลมกลืนกับสีของบานประตูและหน้าต่างบ้านบางหลังทาสีสดๆสไตล์เม็กซิกัน ก็เลือกทาสีเหล็กดัดเป็นสีสดตัดกันไปเลยก็มีแต่สีที่เราอยากจะแนะนำก็คือสีดำหรือขาว โดยให้เลือกใช้สีดำ ถ้าเป็นบ้านไม้หรือบ้านทาสีเข้มแต่ถ้าบ้านทาสีในโทนขาวหรือพาสเทล ก็ให้เลือกทาเหล็กดัดเป็นสีขาว สองสีนี้ปลอดภัยที่สุดค่ะ
ที่มา นิตยสารบ้านและสวน
สามารถเลื่อนเปิดออกไปเก็บไว้ด้านข้าง ไม่ต้องมองเห็นเหล็กเมื่อคุณอยู่บ้านและเลื่อนมาปิดได้สะดวกในตอนกลางคืน ซึ่งเส้นสายของเหล็กดัดยังเป็นเหมือนดีไซน์ประดับบนผนังเรียบๆด้วย
ไอเดีย 2.เหล็กบานเฟี้ยม
ประตูเหล็ก ชนิดนี้สามารถเปิดออกไปได้สุดความกว้างของหน้าร้านและปิดได้แน่นหนา เหล็กบานชนิดนี้เหมาะกับประตูหน้าบ้านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์หรือตึกแถว โดยติดเหล็กดัดให้เต็มความกว้างของหน้าตึกหรืออาจจะใช้ติดที่หน้าต่าง เป็นบานเฟี้ยมขนาดเล็กก็ได้
ไอเดีย 3.เหล็กบานกระทุ้ง
ไอเดียนี้เป็นการใช้ประโยชน์สองทางจากเหล็กดัด โดยทำเป็นบานกระทุ้งขึ้นไปแล้วใช้ตะขอสับให้ค้างไว้
ใช้ประโยชน์เป็นกันสาดหรือระแนงกันแดดได้ในตัว แต่เหล็กที่ใช้ควรจะเป็นเหล็กเส้นแบนแล้วเชื่อมติดกับกรอบให้เอียงประมาณ 45 องศา เหมาะที่จะใช้กับบ้านหน้าต่างมากกว่าบานประตู เพราะมีขนาดความสูงของหน้าต่างไม่ยาวจนเกินไป ควรจะทำตะขอสับให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของบานกระทุ้งได้
ไอเดีย 4. เหล็กยืด
ประตูเหล็กยืดที่ใช้กันตามตึกแถวแม้เราจะเห็นจนชินตา และบางครั้งอาจจะรู้สึกไม่ชอบหน้ามันบ้างก็ตาม
แต่จริงๆแล้วประตูเหล็กยืดนั้นมีความแข็งแรงและใช้งานได้อย่างสะดวกหากนำไปใช้แทนเหล็กดั ในบ้านสไตล์โรงงานหรือ Industrial Look หรือบ้านแบบลอฟท์ ทาสีสันให้สวยแปลกตาก็น่าจะเข้าท่าดี ทำเป็นประตูเหล็กยืดช่วงสั้นๆ ไม่ต้องกว้างนัก หรือใช้ติดที่หน้าต่างก็ได้
ไอเดีย 5.ไม้หุ้มเหล็ก
สำหรับใครที่รับไม่ได้กับเหล็กดัดหรือบ้านใครที่ตกแต่งด้วยไม้สไตล์โอเรียนทัลหรูหรา แต่จะต้องมีเหล็กดัด
อาจจะทำเหล็กดัดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน แล้วใช้แท่งไม้ขนาดใหญ่กว่าเส้นเหล็กเล็กน้อยประกบเข้าไป
แล้วยึดติดไว้ด้วยสกรู คุณก็จะได้ระแนงไม้ที่มีเหล็กซ่อนไว้ข้างในแข็งแรงและทนทาน โดยจะทำเป็นแบบติดตายหรือเป็นบานเปิดเหมือนประตูของชานบ้านไทยสมัยก่อนก็ได้
สีของเหล็กดัด
สีที่เลือกทาที่เหล็กดัด ควรเลือกให้เหมาะกับบ้านโดยดึงสีที่ใช้ในส่วนต่างๆของตัวบ้านมาใช้ให้เหมาะสม
อาจทาสีให้เหมือนสีของวงกบหรือเลือกให้กลมกลืนกับสีของบานประตูและหน้าต่างบ้านบางหลังทาสีสดๆสไตล์เม็กซิกัน ก็เลือกทาสีเหล็กดัดเป็นสีสดตัดกันไปเลยก็มีแต่สีที่เราอยากจะแนะนำก็คือสีดำหรือขาว โดยให้เลือกใช้สีดำ ถ้าเป็นบ้านไม้หรือบ้านทาสีเข้มแต่ถ้าบ้านทาสีในโทนขาวหรือพาสเทล ก็ให้เลือกทาเหล็กดัดเป็นสีขาว สองสีนี้ปลอดภัยที่สุดค่ะ
ที่มา นิตยสารบ้านและสวน
Labels:
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งระเบียง,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน,
ห้องทำงาน
Friday, July 1, 2011
ตกแต่งห้องนอนหรู
Labels:
Home decoration,
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน
Wednesday, June 29, 2011
บ้านสวยๆ เหมือนบ้านในนิทาน
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งระเบียง,
ตกแต่งห้องนอน,
ห้องนั่งเล่น
Saturday, June 25, 2011
ห้องนอนสีขาวเตียงม่วง
ห้องนอนสีขาวเตียงม่วง
เป็นการตกแต่งห้องนอนแบบเรียบๆ ด้วยห้องโทนสีขาวสะอาดตา แต่เน้นจุดเด่นที่เตียงนอนสีม่วงมังคุด
ภาพจาก cityandcountry.co.uk
Labels:
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน,
ห้องนั่งเล่น
Monday, June 20, 2011
7 เคล็ดลับปราบความรกรุงรังให้หายขาด!
โรคบ้าสมบัติไม่เข้าใครออกใคร และถ้าใครอาการหนักจนข้าวของเต็มบ้าน ก่อนที่บ้านจะรกเกินเยียวยา มาหาทางปราบความรกรุงรังกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ได้แล้ว
1. หา "บ้าน" ให้ของทุกอย่าง ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเอาของบางอย่างไว้ตรงไหน มันก็จะถูกกองเอาไว้ให้รกอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้านอย่างแน่นอน ฉะนั้นคุณต้องคิดให้ได้ว่า จะเอาของอะไรไว้ตรงไหน และจะได้เอาของนั้นไว้ในที่ซึ่งคุณจัดไว้ นอกจากจะไม่รกแล้ว ยังหาได้ง่ายกว่าด้วย
2. จัดให้พื้นที่ว่างในบ้านว่างเข้าไว้ พื้นที่ว่างในบ้านเป็นที่ซึ่งรกง่ายที่สุด เพราะเรามักจะวางของอะไรก็ตามเอาไว้ในพื้นที่ว่างที่แรกที่เจอ ฉะนั้นจงหลีกเลี่ยงการวางของในพื้นที่ว่างๆ
3. วางของให้พ้นหูพ้นตาเอาไว้ก่อน อย่าวางกองจดหมายไว้บนพื้นที่แรกที่คุณมองเห็นเมื่อเข้าบ้านมา ใส่มันในกล่องหรือในตู้ซะ บ้านจะได้ไม่มีข้าวของรกตา
4. ทำความสะอาดทุกครั้งที่ทำรก เมื่อคุณทำอะไรก็ตามเสร็จแล้ว ให้ทำความสะอาดตามหลังทันที เก็บของให้เรียบ กวาดหรือทิ้งของลงถังขยะให้เรียบร้อย เวลาถอดเสื้อผ้าก็อย่าทิ้งลงบนพื้น ให้ใส่ตะกร้าผ้าทันที ควรทำให้เป็นนิสัยแล้วคุณก็จะไม่ต้องตามทำความสะอาดของที่กองเต็มบ้านทีหลัง
5. ลดปริมาณข้าวของหน่อย จัดการกับเสือผ้าที่ไม่ได้ใส่มากว่าสองปี ดีวีดีที่ไม่เคยได้ดูซ้ำ หนังสือที่ไม่เคยได้อ่านอีก ของในครัวที่ไม่ได้ใช้มานานเป็นปีๆ ทิ้งไปหรือไม่ก็ยกให้คนอื่นไปซะ ยิ่งคุณมีน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรกน้อยเท่านั้น แถมยังไม่ต้องทำความสะอาดมากอีกด้วย
6. หากล่องใส่ กล่องทำหน้าที่เก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีนักแล นอกจากจะหาง่ายแล้วยังพ้นจากสายตาอีกด้วย เช่น กล่องใบเสร็จ กล่องใส่รูป เครื่องเขียน ซีดีเปล่าฯลฯ
7. แบ่งช่องลิ้นชัก แทนที่จะโยนของลงไปกองรวมกันในลิ้นชัก แล้วก็หาของไม่เจอ ลองหากระดาษแข็งมาทำช่องแบ่งกั้นในลิ้ยชักสำหรับของต่างๆ หรืออาจซื้อช่องแบ่งของในลิ้นชักแบบเก๋จากร้านขายของแต่งบ้านมาใช้ก็ได้นะคะ
ข้อมูลจาก Lisa
1. หา "บ้าน" ให้ของทุกอย่าง ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเอาของบางอย่างไว้ตรงไหน มันก็จะถูกกองเอาไว้ให้รกอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้านอย่างแน่นอน ฉะนั้นคุณต้องคิดให้ได้ว่า จะเอาของอะไรไว้ตรงไหน และจะได้เอาของนั้นไว้ในที่ซึ่งคุณจัดไว้ นอกจากจะไม่รกแล้ว ยังหาได้ง่ายกว่าด้วย
2. จัดให้พื้นที่ว่างในบ้านว่างเข้าไว้ พื้นที่ว่างในบ้านเป็นที่ซึ่งรกง่ายที่สุด เพราะเรามักจะวางของอะไรก็ตามเอาไว้ในพื้นที่ว่างที่แรกที่เจอ ฉะนั้นจงหลีกเลี่ยงการวางของในพื้นที่ว่างๆ
3. วางของให้พ้นหูพ้นตาเอาไว้ก่อน อย่าวางกองจดหมายไว้บนพื้นที่แรกที่คุณมองเห็นเมื่อเข้าบ้านมา ใส่มันในกล่องหรือในตู้ซะ บ้านจะได้ไม่มีข้าวของรกตา
4. ทำความสะอาดทุกครั้งที่ทำรก เมื่อคุณทำอะไรก็ตามเสร็จแล้ว ให้ทำความสะอาดตามหลังทันที เก็บของให้เรียบ กวาดหรือทิ้งของลงถังขยะให้เรียบร้อย เวลาถอดเสื้อผ้าก็อย่าทิ้งลงบนพื้น ให้ใส่ตะกร้าผ้าทันที ควรทำให้เป็นนิสัยแล้วคุณก็จะไม่ต้องตามทำความสะอาดของที่กองเต็มบ้านทีหลัง
5. ลดปริมาณข้าวของหน่อย จัดการกับเสือผ้าที่ไม่ได้ใส่มากว่าสองปี ดีวีดีที่ไม่เคยได้ดูซ้ำ หนังสือที่ไม่เคยได้อ่านอีก ของในครัวที่ไม่ได้ใช้มานานเป็นปีๆ ทิ้งไปหรือไม่ก็ยกให้คนอื่นไปซะ ยิ่งคุณมีน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรกน้อยเท่านั้น แถมยังไม่ต้องทำความสะอาดมากอีกด้วย
6. หากล่องใส่ กล่องทำหน้าที่เก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีนักแล นอกจากจะหาง่ายแล้วยังพ้นจากสายตาอีกด้วย เช่น กล่องใบเสร็จ กล่องใส่รูป เครื่องเขียน ซีดีเปล่าฯลฯ
7. แบ่งช่องลิ้นชัก แทนที่จะโยนของลงไปกองรวมกันในลิ้นชัก แล้วก็หาของไม่เจอ ลองหากระดาษแข็งมาทำช่องแบ่งกั้นในลิ้ยชักสำหรับของต่างๆ หรืออาจซื้อช่องแบ่งของในลิ้นชักแบบเก๋จากร้านขายของแต่งบ้านมาใช้ก็ได้นะคะ
ข้อมูลจาก Lisa
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งห้องทำงาน,
ตกแต่งห้องนอน,
ตกแต่งห้องนั่งเล่น
Wednesday, June 8, 2011
ไอเดีย ตกแต่งห้องเด็ก
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน
Tuesday, June 7, 2011
ไอเดีย ตกแต่งห้องนอนสวยๆ
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ผ้าม่าน
Sunday, May 29, 2011
ตกแต่งห้องนอน สีชมพู หวานๆ
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ฮวงจุ้ย
Friday, May 27, 2011
ไอเดีย ตกแต่งห้องนอนอิงธรรมชาติ
Labels:
จัดคอนโด,
จัดบ้าน,
ตกแต่งคอนโด,
ตกแต่งบ้าน,
ตกแต่งห้องนอน,
ห้องนั่งเล่น
Subscribe to:
Posts (Atom)















