Showing posts with label ห้องครัว. Show all posts
Showing posts with label ห้องครัว. Show all posts

Wednesday, November 2, 2011

วิธีซ่อมบ้านหลังจากน้ำท่วม

ปัญหาน้ำท่วมนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางพื้นที่ ทำให้วิธีการซ่อมบำรุงบ้านหลังน้ำลดลงก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเรียนรู้



ขั้นแรกตรวจดูฝ้าเพดาน ถ้ามีส่วนไหนที่เปื่อยยุ่ยจากการอมน้ำให้เลาะออกทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจหล่นมาทำให้เกิดอันตราย จากนั้นตรวจสอบระบบไฟฟ้าถ้ามีการลอกหลุดบริเวณจุดต่อเชื่อมให้เปลี่ยนใหม่


ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต้องพยายามเอาความชื้นออกให้มากที่สุด โดยวิธีตากแดดหรือนำออกมาเช็ด ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค สำหรับบานพับ รูกุญแจและลูกบิดที่เสียหายจากน้ำท่วม เช็ดน้ำออกให้แห้งสนิท ขัดส่วนที่เป็นสนิมแล้วใช้น้ำยาหล่อลื่นชโลมตามจุดรอยต่อ


อุปกรณ์ที่ทำด้วยไม้ ปล่อยไว้จนแห้งสนิทก่อนแล้วจึงค่อยทาสีใหม่ หากประตูไม่เกิดการเอียงจากการแช่น้ำนานให้หาอุปกรณ์มาค้ำยันช่วยรับแรง รอจนความชื้นระเหยออก จึงกลับมาใช้งานตามปกติ ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำภายในบ้านที่อาจมีรอยแตกและรั่วซึม


ที่มา dailynews.co.th

Wednesday, October 12, 2011

วิธีซ่อมบ้านหลังจากน้ำท่วม

ปัญหาน้ำท่วมนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางพื้นที่ ทำให้วิธีการซ่อมบำรุงบ้านหลังน้ำลดลงก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเรียนรู้



ขั้นแรกตรวจดูฝ้าเพดาน ถ้ามีส่วนไหนที่เปื่อยยุ่ยจากการอมน้ำให้เลาะออกทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจหล่นมาทำให้เกิดอันตราย จากนั้นตรวจสอบระบบไฟฟ้าถ้ามีการลอกหลุดบริเวณจุดต่อเชื่อมให้เปลี่ยนใหม่


ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต้องพยายามเอาความชื้นออกให้มากที่สุด โดยวิธีตากแดดหรือนำออกมาเช็ด ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค สำหรับบานพับ รูกุญแจและลูกบิดที่เสียหายจากน้ำท่วม เช็ดน้ำออกให้แห้งสนิท ขัดส่วนที่เป็นสนิมแล้วใช้น้ำยาหล่อลื่นชโลมตามจุดรอยต่อ


อุปกรณ์ที่ทำด้วยไม้ ปล่อยไว้จนแห้งสนิทก่อนแล้วจึงค่อยทาสีใหม่ หากประตูไม่เกิดการเอียงจากการแช่น้ำนานให้หาอุปกรณ์มาค้ำยันช่วยรับแรง รอจนความชื้นระเหยออก จึงกลับมาใช้งานตามปกติ ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำภายในบ้านที่อาจมีรอยแตกและรั่วซึม


ที่มา dailynews.co.th

Saturday, August 27, 2011

ตกแต่งบ้าน สไตล์คันทรี่


จะว่าไปแล้วการตกแต่งบ้านก็เหมือนกับการแต่งตัว คนหนึ่งก็ชอบอย่างหนึ่ง สไตล์ใครสไตล์มัน ฉบับนี้ขอนำวิธีการตกแต่งบ้านอีกแบบหนึ่งจากคอลัมน์ "สถาปัตย์ทรงเครื่อง" เขียนโดย "แก้มยุ้ย" ในนิตยสาร "คู่บ้าน" ในกลุ่มพันธมิตรบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) มาฝากท่านผู้อ่าน โดยผู้เขียนแนะนำให้ลองไปปรับหรือเปลี่ยนแปลงมุมบ้านให้เป็นไปตามสไตล์คันทรี่ เพื่อให้เกิดมุมที่มีความเป็นธรรมชาติ น่าอยู่ น่าสบาย

จะว่าไปแล้ว การตกแต่งสไตล์ "คันทรี่" นี้ก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง แล้วแต่ว่าคนคนนั้นต้องการสไตล์ที่ออกมาแล้วเป็นรูปแบบไหน จะดูแบบเรียบง่าย ลูกทุ่งๆ หรือว่าเป็นแบบหรูหรา ฟุ้งเฟ้อ แต่โดยปกติแล้วการตกแต่งบ้านพักอาศัยให้ออกมาเป็นแบบสไตล์คันทรี่นั้น ก็มีวัสดุให้เลือกใช้ได้หลากหลาย เช่น แผ่นไม้ เปลือกไม้ ซุง หิน ต้นไม้ หรือว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับต่างๆ

เราจะมาไกด์ไอเดียในการตกแต่งมุมมุมหนึ่งในบ้านให้เป็นสไตล์คันทรี่แบบลูกทุ่งๆ กัน เพื่อให้เกิดความงามที่ดูเรียบง่ายและสามารถทำกันได้ทุกๆ คน

ก่อนอื่นเราลองมาดูกันซิครับว่า ในบ้านเรามีมุมมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหรือไม่ ถ้ามีก็เข้าทางเราพอดี

ขั้นตอนแรก ดูทำเลสถานที่ก่อนว่าเป็นอย่างไร อยู่ด้านในหรือว่าด้านนอก จากนั้นก็จัดแจงวัดพื้นที่ซะเลย ว่าเป็นพื้นที่อย่างไร มีส่วนไหนที่จะเป็นอุปสรรคในการตกแต่งหรือไม่ ถ้ามีควรจัดการโยกย้ายเพื่อให้พื้นที่ของเราเป็นมุมที่เราสามารถทำงานได้สะดวก

ขั้นตอนที่ 2 จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราคิดว่าได้ความรู้สึกถึงความเป็นคันทรี่ พรมขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ในมุมนั้นๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ฉลุสวยๆ โคมไฟเก่าๆ โต๊ะไม้สัก (เก่า) อุปกรณ์ตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น ตุ๊กตารูปคาวบอยหรือตุ๊กตาคนขี่วัว ภาพแขวนผนังรูปฟาร์มทุ่งโล่ง หรือรูปภาพนักสู้วัวกระทิง

ขั้นตอนที่ 3 ลองวางไอเดียคร่าวๆ ว่าจะจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างไร โดยการกำหนดจุดวางพรมก่อน แล้วจึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นลำดับถัดไป แต่ต้องอย่าลืมว่าเราจะไม่จัดแบบเป็นทางการมากนัก เพราะว่าเราต้องการอารมณ์ที่ให้ความรู้สึกสบายๆ มากกว่าความรู้สึกแบบเป็นทางการ

ขั้นตอนที่ 4 ลงมือตกแต่งด้วยอุปกรณ์ที่ตระเตรียมไว้ จัดวางตุ๊กตาคาวบอยไว้ตรงกลางโต๊ะไม้สัก (เก่า) อาจจะเสริมด้วยแจกันทรงเตี้ยๆ ใส่ดอกไม้สักหนึ่งดอก ด้านแบ็ก กราวนด์หลังถ้ายังโล่งอยู่ก็นำภาพแขวนผนังที่เตรียมไว้มาติดเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้มีความรู้สึกเหมือนกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 5 จัดการติดตั้งโคมไฟที่เตรียมไว้ พยายามติดให้ระยะของแสงสว่างส่องลงมาในบริเวณส่วนของที่นั่งเท่านั้น เพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตของแสงให้มีความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง

ขั้นตอนสุดท้าย จัดหาไฟดวงเล็กๆ พยายามจัดแสงสว่างให้ส่องเข้าไปหาผนังเพื่อให้ผนังดูซอฟต์ขึ้น และทำให้บรรยากาศในบริเวณนั้นอบอุ่นขึ้น พร้อมทั้งหาวิทยุรุ่นเก่าๆ ที่ยังสามารถเปิดเพลงได้ เปิดเสียงเพลงคลอเบาๆ ไปในขณะนั่งเล่น จะช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

เพียงเท่านี้มุมห้องของผู้อ่านทุกท่านก็กลายเป็นมุมสบายๆ สไตล์คันทรี่กันไปเรียบร้อยแล้ว

Sunday, July 17, 2011

ตกแต่งห้อง ด้วยวอลล์เปเปอร์


ทำให้ห้องทานข้าวดูสวย เด่นขึ้นมาเลยค่ะ

แบบต่อมา เป็นการตกแต่งสำหรับห้องเด็กค่ะ

ที่มา decorreport.com

Wednesday, May 25, 2011

ไอเดีย ตกแต่งห้องครัวน่ารักๆ


ไอเดีย ตกแต่งห้องครัวน่ารักๆ

ห้องครัวสไตล์นี้ดูสวย สะอาดตาดีนะคะ

Thursday, April 7, 2011

ปรับฮวงจุ้ยต้อนรับหน้าฝน

1.เก็บบ้าน - หน้าต่างผนังแตกร้าว หลังคารั่ว ข้าวของระเกะระกะ ถ้าไม่ซ่อมจะทำให้พลังงานชี่หมุนเวียนไม่สะดวก


2.ดูแลประตู - ความชื้นที่มากับฝน มักทำให้พื้นไม้หรือประตูไม้ขยาย จึงต้องหมั่นหยอดน้ำมันให้ประตูเปิดปิดง่าย การออกแรงผลักประตูและปล่อยให้มีเสียงบานพับดังจะขับไล่ชี่ที่ดีในบ้านออกไป และทำให้ชี่ในร่างกายแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย


3.สีแดงเสริมพลัง - เปลี่ยนรูปหรือของแต่งบ้านเป็นสีแดง เพราะสีแดงเป็นสีให้พลังหยินหยาง ช่วยกระตุ้นให้เกิดความสดชื่น มีชีวิตชีวา


4.ใส่ใจน้ำในบ้าน - ศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าน้ำที่ไม่เคลื่อนไหวหรือกลิ่นเหม็นเป็น "น้ำตาย" และเรียกบ่อน้ำใช้ที่ขาดการดูแลว่า "ที่เก็บกักความเศร้าและความขมขื่น" วิธีแก้คือปลูกต้นไม้เหนือบ่อน้ำ เพื่อชักนำชี่ที่เลวร้ายขึ้นมาเปลี่ยนให้เป็นชี่ที่ดีกว่าเดิม


5.ทำราวตากผ้าหนีฝน - ติดตั้งราวตากผ้าแบบติดผนังพับเก็บง่าย หรือทำเองโดยใช้ไม้อัดทำเป็นกรอบเหมือนกรอบรูป แล้วใช้เชือกทำเป็นราว ไม้และเชือกเป็นตัวแทนของธาตุไม้ ช่วยเสริมพลังแสงอาทิตย์หรือธาตุไฟทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น


6.ปลูกต้นไม้ไล่แมลง - ปลูกต้นเพียริส (Pieris) หรือต้นโคมไฟทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน กลิ่นของมันช่วยขับไล่แมลง ยุง มด และแมลงเม่าได้ดีนัก


7.ขับขี่ปลอดภัย - ผูกเหรียญจีนโบราณสีทอง 3 เหรียญ ประทัดจีน หรือคริสตัลไว้ที่กระจกมองหลังของรถ เพื่อเป็นเคล็ดในการเดินทางไปสู่ความมั่งคั่ง โชคลาภ และสุขภาพที่ดี


8.ทำตนให้เหมือนน้ำ - แม้จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้ถูกต้องแล้ว แต่ศาสตร์ฮวงจุ้ยบอกว่า ถ้าไม่มีคุณธรรมก็ยากที่จะเรียกโชคลาภหรือความสำเร็จใด ๆ ได้ หน้าฝนนี้ควรทำตัวเสมือนสายน้ำ แสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นให้มากที่สุด


เล่าจื๊อ บอกว่า "น้ำคือสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด ความดีของน้ำคือการทำประโยชน์แก่หมื่นสรรพสัตว์"

Monday, April 4, 2011

สร้างรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

1. ห้ามสร้างรั้วบ้านก่อนสร้างบ้าน

ข้อห้ามนี้คงเคยได้ยินกันมาบ้าง ในตำราให้เหตุผลเอาไว้ว่าเหมือนสร้างคุก รอคนเข้าไปอยู่เพราะกำแพงล้อมทั้งสี่ด้านก็ไม่ต่างไปจากคุกนั่นเอง หลักการสร้างบ้านจะต้องสร้างจากด้านในขยายไปสู่ด้านนอกจึงจะถือว่าถูกต้อง รั้วจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะสร้าง


2. ห้ามสร้างรั้วสูงหรือต่ำเกินไป

การสร้างกำแพงรั้วสูงจะปิดบังลมที่พัดเข้าบ้าน และผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในที่คุมขัง การสร้างรั้วสูงส่วนใหญ่จะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่มากๆ แล้วตัวบ้านไม่ได้อยู่ชิดรั้วมากจนเกินไปความรู้สึกอึดอัดก็จะลดน้อยลง ถ้าสร้างรั้วต่ำก็ล่อแหลมต่อการถูกโจรขโมยขึ้นบ้าน เพราะฉะนั้นจึงควรกำหนด ความสูงของรั้วให้อยู่ในระดับที่พอดี


3. รั้วโปร่งดีกว่าทึบ

การสร้างรั้วโปร่งจะให้ความรู้สึกสบายไม่อึดอัดกับผู้อยู่อาศัยในบ้านการไหลเวียนของลมที่พัดเข้าสู่บ้านก็จะได้ประโยชน์เต็มที่ แต่ถ้าเป็นกรณี ของบริษัท โรงงาน โกดังเก็บของ อาจจำเป็นจะต้องสร้างรั้วทึบเพื่อป้องกันโจรขโมย เพราะฉะนั้นการสร้างรั้วจึงต้องดูที่ความจำเป็นและประโยชน์ใช้สอยด้วย


4. ห้ามเจาะช่องหน้าต่างที่กำแพงรั้ว

ถ้ารั้วเป็นกำแพงทึบ การเจาะ ช่องที่กำแพง ถือเป็นข้อห้าม เพราะจะทำให้บ้านนั้นจะเก็บทรัพย์เอาไว้ไม่อยู่ นอกจากนี้ บ้านยังขาดความมั่นคง โจรขโมยสามารถมองเห็นภายในบ้านได้ง่าย


5. รั้วบ้านห้ามทำเป็นลูกกรงซีกหรือเหล็กแหลม

ลักษณะของรั้วลูกกรงที่มีเหล็กแหลมอยู่ด้านบนคนที่อยู่ในบ้านก็ไม่ต่างไปจากสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในกรงหรือกรณีที่เอาเศษแก้วไปเสียบเอาไว้บนขอบรั้ว กำแพงเพื่อป้องกันขโมยปีกเข้าบ้านก็จะเข้าข่ายเดียวกันในทางฮวงจุ้ยถือว่าไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ถ้าจะใช้รั้วแบบนี้ ควรจะมีการแต่งลวดลายโค้งวงกลมเสริมเข้าไปยอดบนที่มีลักษณะลูกศรที่แหลมคมก็ใช้วงกลมใส่แทนเข้าไปเพื่อลดความรู้สึกก้าวร้าว ของความแหลมคมลง


6. วัสดุในการสร้างรั้วเป็นไม้ดีที่สุด

การสร้างรั้วบ้านโดยใช้วัสดุที่เป็นไม้จะให้ความรู้สึกที่ดีและเหมาะกับบ้านอยู่อาศัยมากที่สุด เพราะไม้เป็นวัสดุจากธรรมชาติโดยตรง คนในบ้าน จะรู้สึกใกล้ธรรมชาติมากกว่ารั้วที่เป็นปูนหรือเหล็ก แต่ในปัจจุบันรั้วบ้านส่วนใหญ่ จะวัสดุที่เป็นปูนผสมเหล็กเพราะแข็งแรงกว่า และประหยัดกว่าการใช้ไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพง ถ้ารั้วจะเป็นปูนหรือเหล็กก็คงไม่ผิดอะไรขอให้แข็งแรงเป็นใช้ได้


7. การปลูกต้นไม้ทำเป็นรั้ว

ลักษณะรั้วแบบนี้มีให้เห็นไม่บ่อยนัก เพราะคนไม่ค่อยนิยมทำกันเนื่องจากมองว่าแข็งแรงสู้รั้วปูนไม่ได้ นอกจากนี้ยังดูแลยากต้องคอยตัดแต่งต้นไม้อยู่เสมอ ส่วนใหญ่จะนิยมทำกันตามบ้านที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยดีอย่างหมู่บ้านใหญ่ ๆ เพราะไม่ต้องห่วงในเรื่องของโจรขโมยขึ้นบ้าน ในทางฮวงจุ้ยถือว่ารั้วแบบนี้เป็นรั้วธรรมชาติจริง ๆ ย่อมส่งผลดีต่อบ้านนั้นมากกว่าเสีย


8. รั้วที่ชำรุดหรือแตกร้าวเป็นลางร้าย

ในทางฮวงจุ้ยจะให้ระวังสิ่งที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด เพราะถือเป็นลางร้ายที่บ่งบอกว่าบ้านหลังนั้นจะประสบกับปัญหาเจ้าของบ้านจะพบกับความล้มเหลวได้ รั้วบ้านที่แตกร้าวผุผังแทนความหมายของความมั่นคงที่ถูกทำลายลง เพราะสิ่งที่ป้องกันภัยจากนอกบ้านกำลังเสื่อมสภาพลง เพราะฉะนั้นจึงควรหมั่นดูแลรักษาสภาพของรั้วให้แข็งแรงและดูใหม่อยู่เสมอ


เพียงเท่านี้ ก็เลือกสร้างรั้วให้เหมาะกับฮวงจุ้ยได้แล้ว.

Tuesday, March 29, 2011

ฮวงจุ้ยดีช่วยเรียกเงิน

หมั่นจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ อย่าปล่อยให้ของกองสุมอยู่บนโต๊ะ อะไรที่มันเก่าแล้ว อย่างเช่นบิลค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วก็จับลงถังไปซะ แล้วแยกแยะเอกสารเป็นหมวดหมู้ หากล่องหาลิ้นชักอะไรก็ได้ มาใส่บิลทวงหนี้ต่าง ๆ แยกเป็นประเภทหรือแยกเป็น ใบทวงหนี้ กับใบเสร็จก็ได้



ถ้ากระเป๋าสตางค์เริ่มเก่าแล้วก็ควรเปลี่ยนใหม่ซะ อย่าใช้กระเป๋าที่มันเก่าและเริ่มมีรูแล้วเด็ดขาด ถ้าเป็นไปได้ กระเป๋าใบใหม่ควรเป็นสีแดงนะจ๊ะ เพราะเชื่อกันว่าสีแดงเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง ที่สำคัญเมื่อเปลี่ยนกระเป๋าใหม่แล้ว ก็ต้องจัดให้เป็นระเบียบด้วย และอย่ายัด ๆ ธนบัตรใส่กระเป๋าตังค์เด็ดขาด เพราะว่าเขาถือว่าการที่มีธนบัตรที่ยับยู่ยี่อยู่ในกระเป๋าตังค์นั้นไม่ดี



พยายามอยู่ใกล้ ๆ น้ำเข้าไว้ ไม่ได้หมายถึงให้คุณย้ายบ้านไปอยู่ริมแม่น้ำ หรือว่าให้ย้ายไปทำงานในห้องน้ำหรอกนะ เพียงแค่หาตู้ปลามาตั้งไว้ตรงทิศเหนือของบ้าน หรืออาจจะนำรูปภาพที่เกี่ยวกับน้ำ น้ำตก (ไม่ใช่น้ำตกซกเล็กนะคร๊าาา) หรือท้องทะเลมาแขวนหรือติดไว้ที่โต๊ะ



สำหรับใครที่คิดจะเอามาตั้งที่โต๊ะทำงานแนะนำให้เป็นรูปน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้ด้วยนะคะ เพราะว่าสีเขียวนั้นสีต่อสายตาค่ะ อ่อ .... แนะนำอีกนิดว่าหากเป็นรูปเรือล่องลอยอยู่ในน้ำขอให้เลือกเป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะว่ามันจะช่วยให้คุณมีโชคทางการเงินมากขึ้น



พยายามปรับปรุงซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของบ้านอยู่เสมอ ตรงไหนที่ชำรุดก็รีบซ่อมซะ ส่วนไหนที่เสียหรือใช้การไม่ได้ก็ส่งซ่อมหรือทิ้งไปแล้วหาของใหม่มาแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเพดานมีรูรั่วต้องซ่อมทันที เพราะถือกันว่า เงินทองของคุณจะรั่วไหลออกไปตามรู/รอยที่รั่วนั้นได้ค่ะ



สีแห่งโชค สีแห่งโชคนั้นได้แก่สี แดง สีเขียว และสีม่วง ซึ่งจะช่วยเรียกพลังและเงินทองเข้ามาหาคุณได้ คุณอาจจะหาของแต่งบ้าน หรือของตกแต่งต่าง ๆ ที่มีสีดังกล่าวนี้มาประดับบ้าน หรืออาจจะหาต้นไม้มาสีเขียว ๆ มาวางประดับบ้าน หรือที่โต๊ะทำงานก็ได้ แต่ต้องดูแลรักษาอย่าให้มันเหี่ยวเฉาหรือตายไปนะคะ



เอาล่ะเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย มีใครที่ทำตามแบบนี้แล้วบ้างค่ะ ถ้ายังไม่ได้ทำก็ลองทำตามดูนะคะ จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อย ๆ ทำตามไว้ก็ไม่เสียหายนี่หน่า แถมยังช่วยให้เราจัดการข้าวของต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบได้อีกด้วย

Saturday, March 26, 2011

ฮวงจุ้ย บ้านของคนเกิดปีต่าง ๆ

บ้านคนปีชวด (พ.ศ. 2527, 2515 และ 2503)
เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีชวด ควรมีเครื่องดนตรีอย่างน้อย 1 ชิ้น อยู่ในบ้าน เช่น ขลุ่ย เมาท์ออร์แกน เปียโน กีตาร์ ฯลฯ แม้จะเล่นไม่เป็น เพียงมีไว้ประดับบ้านก็ถือว่าถูกโฉลก นำโชคดีมาสู่ในบ้าน แต่ถ้าเป็นเครื่องดนตรีที่สมาชิกในบ้าสามารถเล่นได้จริงๆ หรือมีการเล่นร่วมดนตรีด้วยกันภายในครอบครัว เสียงดนตรีที่ดังขึ้นดุจดั่งเสียงสวรรค์ที่เรียกทรัพย์นับล้านเข้าสู่บ้านคนปีชวด

บ้านคนปีฉลู (พ.ศ. 2528, 2516 และ 2504)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีฉลู ไม่ควรมีอะไรที่เป็นทรงกลม ยกเว้นโต๊ะอาหารที่เป็นโต๊ะกลมได้ นอกนั้นแล้วสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านควรเป็นเหลี่ยมเป็นมุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น นาฬิการทรง 8 เหลี่ยม อ่างบัวทรง 5 เหลี่ยม กระถางต้นไม้ทรง 4 เหลี่ยม รวมไปถึงลวดลายของเหล็กดัด วอลล์เปเปอร์ ก็ควรเป็นรูปทรงเหลี่ยม หลีกเลี่ยงรูปวงกลมและรูปโค้งมนต่างๆ

บ้านคนปีขาล (พ.ศ. 2529, 2517 และ 2505)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคนปีขาล ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ควรมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หน้าบ้านควรมีต้นไม้ใหญ่ หรือ สัญลักษณ์ที่ใหญ่โตโดดเด่น อาทิ มีประตูหน้าบ้านบานใหญ่ มีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น ในห้องรับแขกควรมีรูปภาพพระอาทิตย์ขึ้นประดับไว้ จะช่วยเพิ่มพลังอำนาจ และบารมีให้มีมากขึ้นกว่าเดิม

บ้านคนปีเถาะ (พ.ศ. 2530, 2518 และ 2506 )
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีเถาะ ควรเป็นบ้านที่มีความร่มรื่น ร่มเย็น มีสนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ อ่างบัว ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งสบาย มีแสงแดดและแสงสว่างพอประมาณ ในห้องนอนหรือห้องรับแขก ควรมีตุ๊กตาเซรามิครูปกระต่าย รูปไก่ รูปไข่ รูปหมู รูปเด็กทารก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย จะช่วยให้เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ได้ปรับเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้พบกับความสมหวังและสมปรารถนาทุกประการ

บ้านคนปีมะโรง (พ.ศ. 2531, 2519 และ 2507)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีมะโรง ควรจะมีชื่อบ้าน โดยเป็นชื่อที่เป็นมงคลและถูกต้องตามหลักทักษาของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ชื่อหรือนามสกุลของเจ้าของบ้านมาเป็นชื่อบ้าน ซึ่งถ้าชื่อหรือนามสกุลถูกโฉลกอยู่แล้ว ชื่อบ้านก็ย่อมจะดีตามไปด้วย ชื่อบ้านต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของบ้านและ ผู้อยู่อาศัย ห้ามขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ้านทาสีฟ้าทั้งหลังแต่ตั้งชื่อบ้านว่าเรือนสีชมพู หรือ บ้านอยู่ติดภูเขา แต่ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านริมทะเล ลักษณะอย่างนี้ถือว่าไม่เหมาะสมจะทำให้อับโชค พบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามในการดำเนินชีวิต

บ้านของคนปีมะเส็ง (พ.ศ. 2532, 2520 และ 2508)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีมะเส็งต้องมีแสงสว่างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ต้องให้ความรู้สึกว่าสว่างอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ควรจะมีไฟภายนอกบ้านอย่างน้อยสัก 1 ดวงที่เปิดให้ความสว่างอยู่ตลอดคืนโดยเฉพาะไฟดวงไหนหากเปิดไว้แล้วนอกจากจะให้ความสว่างแก่บ้านของเรา ยังให้ความสว่างและความปลอดภัยแก่บ้านหลังอื่นและผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง บ้านมืดๆ จะนำภัยอันตรายและโชคร้ายมาสู่คนปีมะเส็ง

บ้านคนปีมะเมีย (พ.ศ. 2533, 2521 และ 2509)
เพื่อความเจริญก้าวหน้า บ้านของคนปีมะเมีย ต้องมีความเคลื่อนไหว เช่น มีธงโบกสะบัด มีน้ำพุ มีกังหัน มีโมบาย มีสุนัขหรือแมววิ่งเล่นกัน มีต้นไม้ใหญ่ที่โอนเอนตามสายลมภายในบ้าน ก็ควรมีสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหวหรือความเร็ว เช่น รถยนต์โบราณ รถไฟ เรือใบ เรือสำเภา เครื่องบิน จรวด ฯลฯ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านที่สงบ นิ่งและเงียบเกินไป จะทำให้คนปีมะเมียอึดอับและอับโชค

บ้านคนปีมะแม (พ.ศ. 2534, 2522 และ 2510)
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีมะแม ควรเป็นบ้านที่สะสมงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพวิวทิวทัศน์ งานหล่อ งานปั้น งานแกะสลัก หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดีภาพยนตร์ ฯลฯ ล้วนถูกโฉลกและนำโชคดีมาสู่คนปีมะแม และถ้าผลงานศิลปะเหล่านั้น เป็นฝีมือของเจ้าของบ้านด้วยแล้ว จะยิ่งถูกโฉลกและโชคดีเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

บ้านของคนปีวอก ( พ.ศ. 2523, 2511 และ 2499)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีวอก ควรเป็นบ้านที่มีการขยับขยาย เพิ่มเติม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาเพื่อให้สอดคล้องสมดุลกับผู้อยู่อาศัย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นบ้านที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น มีต้นไม้ใหม่ๆ มาปลูกเพิ่มอยู่เสมอมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาทดแทนของเดิมที่ชำรุดเสียหาย มีเก้าอี้ม้าหินชุดใหม่มาตั้งแต่เพิ่มในสวน มีการเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ทุกๆ 2 ปี และทาสีบ้านใหม่ทุกๆ 3 ปี

บ้านของคนปีระกา (พ.ศ. 2524, 2512 และ 2500)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีระกาต้องสวย สะอาด สดใส และดูใหม่อยู่เสมอ สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ควรจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รั้วบ้านและอาคารภายนอกบ้านควรทาสีใหม่ทุกๆ 3 ปี ภายในบริเวณบ้าน ห้ามมีสิ่งของแตกหัก ชำรุด เสียหาย ใบไม้แห้ง ต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่เหี่ยวเฉาโรยรา โดยเด็ดขาด รอยร้าวบนผนัง หากพบเจอต้องรีบแก้ไขในทันที หลอดไฟ กลอน กุญแจ ประตู หน้าต่าง ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

บ้านของคนปีจอ (พ.ศ. 2525, 2513 และ 2501)
เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีจอ ควรจะมีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงนำโชคของคนปีจอ เพราะความซื่อสัตย์และแสนรู้ของสุนัข จะช่วยให้คนปีจออารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด ดังนั้นไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ล้วนแต่โชคดีมีความสำเร็จ สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่ควรเลี้ยงตัวเดียว ควรเลี้ยงตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แต่ก็อย่าให้มากเกิน ควรให้เหมาะสมกับบริเวณบ้านและกำลังในการดูแลเอาใจใส่

บ้านของคนปีกุน (พ.ศ. 2526, 2514 และ 2502)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีกุน ต้องมีห้องครัวที่กว้างขวาง สะอาด สะดวก สบาย มีอุปกรณ์ในการทำครัวครบครัน เพราะการเข้าครัวทำอาหารของคนปีกุน ถือเป็นเรื่องมงคลนำมาซึ่งโชคลาภ ความสำเร็จ และความร่ำรวย และถ้ามีตุ๊กตาเซรามิครูปหมูสีขาวหรือสีชมพู สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ วางไว้ในห้องรับแขกหรือห้องรับประทานอาหารด้วย จะยิ่งถูกโฉลก โชคดี เฮง เฮง เฮง เพิ่มมากขึ้น

Friday, March 11, 2011

เลือกสี... แต่งบ้านให้น่าอยู่




การที่บ้านจะน่าอยู่หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบตัวบ้านหลายประการ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและจะมองข้ามไปไม่ได้นั้นก็คือ "สีสันของบ้าน" ทั้งสีสันภายในและภายนอก ซึ่งการจะทำให้สีที่ติดอยู่กับตัวบ้านมีความสวยงามอย่างคงทน ทนแดดทนฝน การเลือกใช้สี ขั้นตอนการทาสี รวมถึงการดูแลรักษาก็ล้วนมีความสำคัญเท่าๆ กัน ขอแนะนำการทาสีตกแต่งบ้านสำหรับคนรักบ้านที่กำลังคิดจะแต่งบ้านให้น่าอยู่มาก ขึ้น

ปัจจุบันนี้สีที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดมีนับร้อยๆ ชนิดให้ได้เลือก แต่วัสดุที่ใช้ทำสีและลักษณะการใช้งานได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.สีน้ำมันหรือสีเคลือบเงา ประเภทนี้จะต้องใช้น้ำมันหรือทินเนอร์เป็นตัวผสมทำให้สีเจือจาง ใช้สำหรับทางานไม้หรือโลหะเพื่อให้เกิดความเงางามและทำความสะอาดได้ง่าย

2.สีพลาสติกหรือสีอะคริลิก เป็นสีน้ำพลาสติก ใช้น้ำเป็นตัวผสมทำให้สีเจือจาง แต่เมื่อสีแห้งแล้วจะไม่ละลายหรือหลุดลอกไปตามน้ำ สีชนิดนี้เหมาะสำหรับทาผิวพื้นปูนหรือคอนกรีตทั่วไปรวมทั้งอิฐและกระเบื้อง แผ่นเรียบด้วย ซึ่งแบ่งได้ 2 ชนิด ตามลักษณะการใช้งานคือ สีทาภายในและสีสำหรับทาภายนอก สีพลาสติกสำหรับทาภายนอกจะมีคุณสมบัติในการทนแดดและฝนได้ดีกว่าสีชนิดทาภาย ใน นอกจากนี้สีพลาสติกต่างยี่ห้อก็ยังมีคุณสมบัติและความคงทนของสีแตกต่างกัน ออกไปด้วย ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและปริมาณของเนื้อสีที่มีอยู่ทั้งนี้ระดับราคาก็แตกต่าง กันไปด้วย

ทั้งนี้ขั้นตอนในการเลือกใช้สีก็มีส่วนช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามและคงทน ด้วย โดยเริ่มจากการเลือกใช้สี ควรเลือกตามสเป็กหรือเบอร์สี สีขาวหม่นและสีธรรมชาติจะเหมาะสมที่สุดเพราะจะช่วยปิดบังรอยมือหรือความ สกปรกได้ดีกว่าสีอื่นๆ ห้องแต่ละห้องอาจใช้สีที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ละบริษัทผู้ผลิตสีจึงผลิตสีออกมาให้เลือกกันหลากหลาย เราจึงไม่ควรนำสีต่างๆ มาผสมเองเพราะมีโอกาสที่สีอาจผิดเพี้ยนไปได้ง่ายและไม่ควรนำสีเก่าหรือด้อย คุณภาพมาใช้ด้วย



ที่มา ประชาชาติธุรกิจ